IE9ピン留め

เรียนมาราธอน...ฝึกไว้เพื่อปีสูงๆสินะ

1

วันนี้เรียนแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น สิริรวมทั้งสิ้นห้าวิชา และตอนเที่ยงต้องไปดูเชื้อที่เพาะไว้ตั้งแต่เมื่อวาน นั่งนับโคโลนีแบคทีเรียตาแฉะถึงสามร้อยกว่าโคโลนี นับเป็นอีกครึ่งวิชา และห้าโมงมีประชุมโอเพ้นเฮ้าส์ต่อ เป็นวันที่ทำเอา HP เกลี้ยงหลอดเลยทีเดียว


2

fact ใหม่ที่เพิ่งรู้เกี่ยวกับคณะคือ...นิสิตสามารถแต่งงานได้เมื่อจบปีสี่ ((แต่ห้ามท้อง)) แสดงว่าอีกสองปีใครอยากแต่งก็แต่งได้เลย คิดไปคิดมา...ถึงจะบอกว่าแต่งงานได้ แต่ปีห้าเข้าภาค ปีหกอยู่โรงงานทั้งปี จะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลเมียวะคะ!? *ล้มโต๊ะ*


3

ตอนประชุมอฮ. เจอคนนึงพูดเรื่องคอนเสิร์ท CN Blue เราก็บ่นๆไปว่า ปีนี้นักร้องเอเชียมาไทยเยอะเนอะ เมื่อไหร่ป๊ะป๋าจะมาบ้างล่ะเนี่ย เค้าถามว่าป๊ะป๋าคือใคร เราก็... *คิดในใจ* บอกไปจะรู้จักมั้ยเนี่ย ตาลุงชื่อยาวๆเฉิ่มๆที่ในไทยแทบไม่มีคนรู้จัก ปรากฏว่าพอบอกไปเค้ากรี๊ดกร๊าดว่าชอบเหมือนกัน!! เห้ยยย!! ตกใจมากกก เพราะส่วนใหญ่ที่เจอ ดีสุดก็แค่...อ๊ะ เคยได้ยินชื่อล่ะ ((แต่ไม่เคยฟังเพลงหรอกนะ ประมาณนั้น)) แต่นี่ดูเหมือนจะตามอ่านสัมภาษณ์ป๊ะป๋าด้วย เพราะเค้าบอกว่า เพลงน่ะเฉยๆ แต่ชอบทัศนคติมากกว่า โอวววววว แค่นี้ก็สุดยอดแล้วนะ (หัวเราะ) เพลงป๊ะป๋าเนี่ยมันไม่ใช่ว่าเพราะจัดอะไรขนาดนั้น แรกๆเราฟังก็มีทั้งเพลงที่เพราะกับเพลงที่...เอ่อ...ตอนแต่งคิดอะไรอยู่...คิดอะไรอยู่เหรอคะะะะ!?!? อย่างเพลง marcy's song เนี่ย ฟังทีแรกถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว ตอนแต่งนี่คิดว่ามันเพราะแล้วเหรอ!?

ฮือออ ปลื้ม ขอให้ป๊ะป๋ามาเปิดคอนเสิร์ทที่ฮ่องกง...ไต้หวันก็ได้เอ้า!! จะบินไปดูเลย (;_;)
# by yvesnoir | 2012-01-19 22:26 | Trackback | Comments(0)

กินเค้กเที่ยวชมเซนทรัลเวิร์ล

วันนี้ว่าจะไปสำเพ็ง แต่สุดท้ายก็ไปเดินเซนทรัลเวิร์ลกะดาวแทน สอยเกนจิภาคเนจิเป็นสาวน้อยมาเล่มนึง กินเค้กที่ให้เครื่องเคียงมาเยอะมาก ไปโอ้อนิเมะ และไปลองรองพื้น lunasol (คิดว่าอยากเปลี่ยนเป็น YO03 แต่ลองสีแล้วเข้มเกินไปจริงๆ)

กลับมาปั่นงานแหลกเสร็จไปแล้วสองงาน จากนี้ควรอ่านหนังสือแต่ขอเปิดนิยายมาเขียนต่อซักนิดนึงก่อนนะ (หัวเราะ)
# by yvesnoir | 2012-01-10 22:51 | Trackback | Comments(0)

กิวโนะยะ!!


เมื่อคืนนัดรติไปกินข้าวหน้าเนื้อกัน แต่ตอนนั่งรถป๊อบไปสยามเจอพี่หญิง แล้วก็ล่อลวงพี่หญิงไปด้วยกันได้สำเร็จ XD ไปเดินเวิ่นเว้อในคิโนะเล็กน้อยก่อนค่อยนั่งบีทีเอสไปลงศาลาแดง

ร้านหาไม่ยากเลย ทีแรกแอบนึกกังวลว่าอยู่แถวธนิยะนี่จะหายากมั้ยนะ? เพราะเราเองก็ไม่เคยไป (ฮา) แถมตรอกซอกซอยแถวนั้นมันซับซ้อนเหลือเกิน พ่อเคยพาเดินเข้าไปกินอะไรซักอย่างแล้วถึงกับงง แต่ร้านนี้เดินเข้าซอย TMB ไปนิดเดียวก็เจอแล้ว

อ่านจากในรีวิวมาแล้วล่ะว่าร้านเล็กมาก นั่งได้เจ็ดคนเอง แต่สำหรับเราก็ไม่ได้เล็กจนอึดอัดอะไรมากมายนะ เพราะเราตัวเล็ก ฮ่าฮ่า ข้อดีของคนไซส์มินิก็คือไม่เบียดเบียนที่ใครเนี่ยแหละ!

ต้องขอโทษพี่หญิงมากๆที่ร้านนี้มีแต่หมูกับเนื้อ ฮือออ แต่พูดถึงรสชาติก็ใช้ได้เลยนะ คล้ายๆโยชิโนะยะแต่รสอ่อนกว่า แล้วเนื้อก็ไม่หอมเท่า แต่สะดวกตรงที่ใกล้เนี่ยแหละ ให้ขับรถไปถึงลาดพร้าวเพื่อกินโยชิโนะยะเราก็ไปองไม่เป็น (T T)

วันหลังต้องหารีวิวร้านอาหารแถวธนิยะเยอะๆละ ไปกินแต่ละร้านอร่อยถูกใจทั้งนั้นเลย!
# by yvesnoir | 2012-01-04 21:41 | Trackback | Comments(0)

ผมทรงผู้หญิงเอโดะนั้น

เมื่อคืน...มีเรื่องดราม่าในคอมมูล่ะ ( ̄Д ̄;; แต่ก็เป็นดราม่าที่เรารู้สึกชิว(ไปเองคนเดียว?)แปลกๆนะ คือเหมือนว่า...เรื่องมันก็เครียดนะ! แต่เพราะเราเสนอตัวเองด้วยล่ะมั้งเลยรู้ว่าจะต้องดราม่าอยู่แล้ว (ฮา) แล้วผปค.อีกฝ่ายก็ขอดราม่าแล้วด้วย เลยไม่ได้เครียดอะไรเท่าไหร่ นั่งโรลไปแปลรีเสิชถั่วขาวไปด้วย (-_-)

และเพราะโรลดราม่า(และนั่งแปลถั่วขาว) เมื่อคืนลยไม่ได้อ่านแล็บอแนท แต่ก็รู้สึกดีมากที่ไม่ได้อ่าน เพราะพอมาถามเพื่อนตอนเช้า ปรากฏว่าวันนี้ไม่มีแล็บ!! เป็นการพบอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องโครงการศึกษาแทน อืม...ดีมากเลย เพราะไม่งั้นวันนี้ได้ตายยยยยแน่ เรียนตั้งแต่แปดโมงเช้ายันสี่โมงเย็น ตอนเที่ยงก็ต้องขึ้นไปดูเชื้อที่เพาะไว้อีก พอตอนบ่ายเป็นพบอาจารย์เลยชิวเลย เลิกเรียนตั้งแต่บ่ายสอง นั่งรถไฟฟ้าไปหาแม่ที่สุรศักดิ์แล้วขับรถกลับบ้าน ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น! (กลับเวลานี้รถไม่ติดเลย เลิฟฟฟฟ ❤)

วันนี้จะสระผมแล้วล่ะ (หัวเราะ) เราทำผมทรงนี้มาสามวันแล้วมั้ง ติดกิ๊บข้างหน้าขึ้นไปแบบทรงผู้หญิงเอโดะอ่ะ แล้วก็พบว่าผมทรงนี้มันออกแบบมาเพื่อจะได้ไม่ต้องสระผมบ่อยๆจริงด้วย กร๊ากกกก ที่จริงมันก็ยังไม่เหม็นนะ แต่พอหลายวันเข้าก็เริ่มรู้สึกยี้ตัวเองบอกไม่ถูก (-_-) แบบ...จะขี้เกียจอะไรขนาดน้านนนน เธอก็อยู่เมืองร้อนนะ! (ฮา)

จบแค่นี้แหละ! ไปเขียนนิยายต่อ ช่วงนี้กำลังสนุกสนานกับคอมมูและนิยายสุดๆ!!
# by yvesnoir | 2011-12-29 17:29 | Trackback | Comments(0)

ช่วงนี้แต่งหน้าไปเรียนด้วยล่ะ ฮุ!

ดองไดอารี่อีกแล้ววววว XD ดองจนมีเรื่องให้เขียนเยอะมากกกกก มากจนลืมไปหมดแล้วว่าต้องเขียนอะไรบ้าง (ฮา) เอาเฉพาะที่จำได้ละกันเนอะ!

อย่างแรกก็คือ เราซื้อเม้าส์ปากกาแล้ว! เป็น Lapazz 850 ที่ตอนซื้อก็ไปทะเลาะตบตีกับคนขายเล็กน้อย วันที่ไปซื้อนั่นคือโกรธมากกกกจริงๆนะ เพราะเราต้องรีบกลับมาสยามดูบุดด้ารอบเที่ยง พอซื้อเสร็จ(ด้วยอารมณ์อันขุ่นมัว) กลับมาถึงสยามก็พบว่า...หนังออกโรงไปแล้วกรี๊ดดดดดดดดดดดด ไม่จริงงงงงงงงงง (T__T)


อันนี้แหละที่ได้มา ราคา 2,200 ถ้วน ดีนะที่ได้เพื่อนคอนเฟิร์มว่าราคานี้ไม่แพงแล้ว (แต่ก็ทำกระเป๋าแบนไปเลยล่ะจ้า ปิดเทอมไม่ได้เบี้ยเลี้ยง แต่เบิกแล้วเบิกอีก ถลุงเงินยังกะที่บ้านเปิดเหมือนเงินจนเงินในบัญชีเหลือแค่พันกว่าบาท ณ วินาทีนั้นตระหนักได้ว่าควรหางานทำเก็บตังค์บ้างนะ...)

ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยชินมันอยู่ดี (ฮา) ไม่ค่อยได้วาดด้วยอ่ะ เพราะต้องแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่น เช่น...เขียนนิยาย ซึ่งก็เขียนเรื่องสั้นจบไปเรื่องนึงแล้วนะ!! (เขียนโคดช้า)

เราคิดว่าตัวเองเป็นพวกที่วาดรูปแบบ...พอวาดได้อ่ะ ถ้าวาดแบบไม่คิดอะไรมาก วาดๆฝนๆไปเรื่อยๆรูปมันจะออกมาเอง แต่ถ้าไปตั้งใจกับมันมากเมื่อไหร่ล่ะก็เละทันที ฮือออ~~ ไม่ได้อยากเป็นคนแบบนี้เลยนะ อย่างการ์ดเอ็กซ์ทีนเนี่ยก็ตั้งใจจริงๆ แต่ตั้งใจแบบ...ผิดก็ไม่เป็นไร วาดใหม่ได้ ประมาณนี้อ่ะ แล้วมันก็ออกมาถูกใจพอสมควรเลย (แต่วาดดอกไม้ของถนัดน่ะ...เราถนัดลงสีประมาณนี้ แต่วาดการ์ตูนเนียไม่ถนัดเลย คงเพราะเราผ่านการเรียนวาดเส้นลงสีแบบนฤมิตศิลป์อย่างจริงจังมา แต่ไม่เคยจริงจังกับการวาดการ์ตูนสินะ ถ้ามีคอร์สเปิดที่ไหนก็อยากไปลองลงดูเหมือนกันว่าจะวาดได้ดีขึ้นมั้ย)

แล้วมีเรื่องอะไรอีกล่ะ อ่อ...ที่เราซื้อแท็บเล็ทเนี่ย ก็เพราะเริ่มเล่นคอมมู (ฮา) เล่นคอมมู BR ล่ะ!! ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความมั่นใจในการเล่นคอมมูเลย สมัคร EH ก็ทิ้งร้างไว้ เพราะรู้สึกมันเนือยแล้วอ่ะ ไม่รู้จักใครด้วย เล่นไปก็ไม่สนุก แต่พอเห็นธีม BR ปุ๊บสมัครปั๊บเลย ชอบเรื่องนี้มากกกก แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆที่ได้มาเล่น ได้ทำความรู้จักกับใครๆหลายคนที่ไม่เคยคิดว่าจะได้คุยกัน โดยเฉพาะคนที่แอบมองกันไปแอบมองกันมาแต่ไม่เคยได้คุยกันจริงจัง ก็มาได้คุยกันงานนี้แหละ! XD

★★★


เรื่องต่อมา...เปิดเทอมมาสองอาทิตย์แล้ว เทอมนี้เรียนแล้วรู้สึกว่าโอเคกว่าเทอมที่แล้วแปลกๆแฮะ เทอมที่แล้วเรียนแต่พวกไบโอๆๆๆๆๆที่เราเกลียดด้วยมั้ง แล้วก็ทำงานชมรม ซึ่ง...ว่ากันตามตรง ไม่ได้หนักอะไรหรอก เราเป็นแค่นักร้อง มีหน้าที่ซ้อมอย่างเดียว ไม่ต้องไปทำเบื้องหลังอะไรเลย แต่ก็เหนื่อยเพราะต้องสับรางไปทำจุฬาฯวิชาการด้วย แล้วบ้านก็ไกล เดินทางวันละหลายชั่วโมง นอนตีหนึ่งตีสองแล้วก็ตื่นตีห้าไปเรียน (;_;)

เทอมนี้เราเลิกไปชมรมแล้ว ละก็คิดว่าคงไม่ไปอีกแล้วด้วย อันนี้ดราม่านิดนึงนะ (ฮา) คือ...พูดตรงๆว่าเรื่องนี้เราทำตัวไร้เหตุผล และรู้ตัวด้วยว่าใช้อารมณ์ตัดสินใจ แต่บางทีการใช้อารมณ์ตัดสินใจก็เป็นส่วนนึงของความเป็นมนุษย์ป้ะ? มนุษย์ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่ทุกการตัดสินใจต้อง valid ตั้งอยู่บนพื้นฐานของโลจิค ก็เพราะเรามีอารมณ์ความรู้สึกไม่ใช่เหรอ? ถึงได้ยกตัวเองว่าประเสริฐกว่าสิ่งอื่นๆ อืม...นั่นแหละ เราถูกคนที่ชมรมคนเดียวด่า ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะเลิกทำงานให้ชมรม แต่การที่เราถูกด่า มันกระทบกระเทือนความรู้สึกของเรามากจริงๆ และคิดว่าถ้ากลับไปก็คงไม่ได้รู้สึกรักชมรมอย่างสนิทใจเหมือนเดิมแล้วว่ะ ก็คนที่ด่าเราน่ะนะ...ยังตีหน้าซื่อมาคุยกับเราได้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น มันน่ามั้ยล่ะ...

งัดตะปูน่ะมันไม่ยากหรอก ทำให้รอยตะปูบนแผ่นไม้หายไปต่างหากที่ยากกว่า

นั่นแหละ จบเรื่องดราม่า จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกแล้วนะจุ๊ฟฟฟ~~❤

เทอมนี้ถึงบางวิชาจะหลับไปบ้าง แต่เราก็คิดว่ายังตามเนื้อหาทันอยู่ และพยายามจะขยันว่านี้นะ จะพยายามไม่ปล่อยให้มีข้อสงสัยแล้วคิดว่า เดี๋ยวกลับไปอ่านเองๆ ไอ้ความคิดแบบนี้มันทำให้เทอมที่แล้วของเราบัดซบมาก เพราะพอคิดแบบนั้นไปนานๆเข้า เผลอแป๊บเดียวไอ้ที่ 'จะกลับไปอ่านเอง' เนี่ยมันก็มีประมาณสามสิบแปดล้านอย่างได้ *ทรุด*

อ้อ แล้วก็คิดว่าเทอมนี้จะไม่เรียนวิชาเลือก แต่ไปๆมาๆดันลง innovative thinking ได้ซะงั้น เป็นวิชาที่น่าสนใจมากๆและเราเคยลงแล้วเด้งมาแล้ว แต่ดูเหมือนงานจะเยอะมากเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าจะไหวรึเปล่าแต่พรุ่งนี้จะลองไปเข้าเรียนคลาสแรกดูก่อนนะ!

พูดถึงวิชาที่คณะ วิชาที่บัดซบจนไม่รู้จะว่ายังไงก็คือฟาร์เคม... เมื่อก่อนมันเป็นวิชาให้ปีสี่เรียน แล้วนี่ย้ายมาให้ปีสองเรียน นรกมากกกก คือเรายังไม่เคยเห็นยาอะไรซักอย่าง ไม่รู้อะไรเลยยยยยยเกี่ยวกับยา แล้วอาจารย์ก็มาแบบ...นึกว่าพวกเราบรรลุถึงแก่นแท้ของฟาร์มาโคแล้ว แล้วก็มาแบบแอดว้านซ์เลยจ้าาาาาา ตายมากๆ (T__T) งานก็สั่งเยอะ และไม่มีคะแนน! ฮือออออ นี่เดี๋ยวต้องไปแก้งานส่งภายในเที่ยงคืนอีก แล้วก็มีงานแล็บอีกมากมายมหาศาล ตายยยยยย!!!!

★★★


มาเรื่องช่วงนี้มั่ง ตอนวันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปดูคอนเสิร์ทซียูแบนด์มาล่ะ! เรียนจุฬาฯมาสามปีไม่เคยฟังซียูแบนด์ร้องเลย พอดีปีนี้มีเพื่อนติดซียูแบนด์สองคน แล้วก็เหมือนจะมีรุ่นน้องคนนึงด้วยมั้ง แล้ววันอีฟก็ยังว่างๆอยู่เลยลองไปนั่งฟังดู ก็โอเคระดับนึงนะ บางอย่างก็ชอบบางอย่างเราก็ไม่ชอบอ่ะ แต่ที่ปลื้มมากกกกกคือแบนด์เอาเพลง my grown up christmas list มาร้องด้วย!! เพลงนี้เราเคยฟังแต่เวอร์ชั่นของฮิราฮาระล่ะ แต่รู้สึกว่าความหมายเนื้อเพลงจะเหมือนกันเลยนะ เพิ่งรู้ด้วยว่าคนแต่งเพลงนี้คือเดวิดฟอสเตอร์ มิน่าล่ะทั้งชารีสทั้งไมเคิลบูเบลได้ร้องเพลงนี้กันถ้วนหน้า (ฮา)

★★★


สุดท้าย...เขียนไม่ไหวละ (ฮา) เรย์กะซังจะมาเมืองไทยจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!! (≧ω≦) แต่ไปถึงเชียงใหม่นู่น แถมยังเป็นอาทิตย์ก่อนเราสอบด้วย (;_;) กำลังพยายามหาลู่ทางจะไปกลับเชียงใหม่ภายในหนึ่งวันอยู่! ความหวังริบหรี่แต่ก็อยากไปมากกกกกกกกกกก เป็นคอสเพลเยอร์ที่เราปลื้มมาถึงสี่ปีเชียวนะ!! โอกาสหน้าก็ไม่รู้จะมีอีกมั้ยด้วย เศร้ามากอ่ะทำไมต้องมาจัดช่วงนั้นด้วยยยยยยยยย (T_______T)
# by yvesnoir | 2011-12-26 20:15 | Trackback | Comments(0)

แซนด์เพลย์...!!


ได้ชุดมาแล้วววววว!!!!

ไปถึงไปรษณีย์ตั้งแต่วันจันทร์ ที่เคาเตอร์ก็บอกว่าเอาออกมาส่งแล้ว แต่ปรากฏว่ารอจนถึงวันพฤหัสก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีของมาส่ง สุดท้ายเราเลยโทรไปอีกรอบ คราวนี้พี่ที่ไปรษณีย์บอกว่า...ของยังอยู่ที่นั่นเลย ทั้งพัสดุและจดหมาย เราก็แบบ...ว้ากกกกก แล้วให้ตรูรอตั้งหลายวันเพื่ออะไรกั๊นนนนนน (T__T) จากที่เพิ่งกลับมาจากสยาม (ไปโอนเงินมา) เลยต้องให้พ่อขับรถไปส่งที่ไปรษณีย์อีกรอบ

ตอนแกะกล่องก็ใจตุ๊มๆต่อมๆว่าชุดมันจะเป็นไงว้าาาาาา เพราะคราวนี้ลองสั่งชุดสำเร็จรูปดู ราคาแค่ 258 หยวน...ยังไม่ถึงพันสามร้อยบาทไทยเลย (ไม่รวมค่าหิ้วและค่าส่ง แต่รวมแล้วก็ราวๆพันหก) ในไทยขายกันสองพันเก้า...อย่างอลัง

แกะกล่องออกมา...เจอวิกก่อน ความรู้สึกคือ เห้ยยยย สี่วิกมันสวยกว่าในเว็บเยอะเลยนะ!! เป็นสีชมพูหม่นอมส้มนิดเดียว สีแซลม่อนอย่างที่เราอยากได้เป๊ะมาก!! แล้วที่สำคัญ...ราคาแค่ 90 หยวน!! ยังไม่ได้ลองใส่กับหัวตัวเอง แต่แกะออกมาใส่หัวหวายแล้วถือว่าโอเคเลย ลอนแน่นเหมือนในหน้าเว็บมาก (แม้จะแอบโกงข้างในหน่อยๆ ๕๕๕๕) ถูกใจสุดๆ

มาถึงชุด...แกะออกมาทีแรก โอ้ววววววว สวยมากกกกกกกกกก คือถึงบางอย่างจะดูกิ๊กก๊อกเช่นพลอยที่ติดตรงโบว์ แต่เพราะผ้ามันปักเลื่อมทั้งตัวและสวยมาก มองไม่ต้องไกลมากก็ไม่เห็นว่าพลอยมันกิ๊กก๊อกแล้วอ่ะ (ฮา) รายละเอียดชุดก็ครบ โบว์ข้างหลังยังมีเลย (อันนี้ช็อกจริงเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าชุดนี้มีโบว์ข้างหลัง ในอิลลัสซึ่งมีรูปเดียวมันมองเห็นดีเทลตรงกระโปรงไม่ชัดด้วยซ้ำ)

แต่ข้อเสียมันก็มี (-_-) เช่น โบว์ตรงอกมันดันไปติดกับปลอกคอ แล้วคือพอลองใส่ดูแล้วโบว์มันอยู่สูงจนติดคอเลย อันนี้เราก็เพิ่งเลาะออกไปเมื่อกี้ แล้วประเด็นคือแม่มใช้กาวยางติดมาค่าาาาาาาา เลาะกันเจ็บนิ้วเลยทีเดียว แต่ก็เป็นประสบการณ์ใหม่แห่งการคอส (หัวเราะ)

อีกอย่างคือ มันใส่ยากถอดยาก มากๆ (-_-) ตอนใส่ก็ว่ายากละ มันติดหน้าอกอ่ะ ต้องใส่แบบเหมือนตอนลอดรูเสาที่โทไดจิเลย แล้วพอตอนถอดค่าาา...ปล้ำกับมันครึ่งชั่วโมงกว่าจะถอดออก (=[]=) คือมันไม่มีซิป...มีแต่เชือกผูกด้านหลังท่อนบน แล้วตอนถอดเนี่ยมันก็ยากกว่าใส่อยู่แล้วอ่ะนะ ทั้งติดหน้าอก ติดปีกหลังเวลายกแขน สารพัดจะติด โอวววววว แต่สุดท้ายก็ถอดออกมาได้ด้วยการดึงเอวให้มันหลุดจากหน้าอกมาก่อนแล้วค่อยถลกจากชายขึ้นมา ตอนถอดได้นี่แบบ...เหงื่อท่วม จะเป็นลม...

เวลาใส่ ถ้าจะใส่คนเดียวต้องหมุนข้างหลังมาผูกเชือกก่อนสินะ แต่ก็ยังไม่ได้ลองดูเลยว่าทางปฏิบัติจะทำได้มั้ย...
# by yvesnoir | 2011-11-24 21:07 | Trackback | Comments(0)

อุตะปุริ!!

ซื้อมานานละ ริบบิ้นนี่ก็ได้มาโดยบังเอิญ (อยู่ประเทศไทยก็ดีอย่างนี้ล่ะเนอะ ริบบิ้นลายธงชาติพอดี (หัวเราะ))

ชุดกับวิกแซนด์เพลย์ก็มาถึงไทยแล้ว แต่อาจจะต้องไปรับเองที่ไปรษณีย์อ้ะ เพราะไปรษณีย์ไม่มาส่งที่บ้านเรานานแล้ว (ทั้งที่มันไม่ท่วม) คงต้องโทรไปคุยกับไปรษณีย์ว่าจะมาส่งหรือให้เราไปรับเอง

จะได้สำรวจว่าต้องแก้ชุดตรงไหนบ้าง แล้วไปสำเพ็งซะที :))
# by yvesnoir | 2011-11-19 21:25 | Trackback | Comments(0)

絶対自宅が一番よいです!

帰宅しました~~~!ヾ(=^▽^=)ノ

帰る前にセントラル行ってこのクリーム買いました。肌がすごく乾いてもうローションだけでたりないから。はじめて使ってオッケーと思います。明らかの結果は一週間ぐらい使ってみるだろう。

昨日、書いてる小説のため、ウィーン・フィルハーモニー管弦楽団についてのを調べるとき、youtubeにウィーン・フィルの「MARS」をはじめて聞いた。第1楽章はすごい!なんか滑らかな音です!けど、第3楽章はあるブラスか木管かよく聞かなく、音が高すぎて東京シティ・フィルほどアレースがかっこいくない。残念ですね~

あ、でも、最近小説を続いてやすいです。「君の音、僕の声」もsparomaのファンフィクションも。なぜかわからないけど(まだ遅いですが僕にとって「速い」と言えますよ(笑))。あ、昨日scarletさんのアップしたアントニオをみて書く力が出てきた(笑)。小説のブログも新しく着飾って新しい小説アップしたいですよ。
# by yvesnoir | 2011-11-16 17:12 | Trackback | Comments(0)

สครีมมากมาย ใช้เวลาเขียนหนึ่งชั่วโมง

1

เพิ่งเห็นว่าตัวเองยังไม่ได้สครีม pray in abyss ch.2 ลงไดอารี่ อะไรกันนนนนฉันไม่เคยพลาดนะ!!!! (คงเพราะสครีมเล็กๆกับดาวไปแล้วในเฟสบุ๊ค)

ตอนนี้เป็นอะไรที่กรี๊ดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หลังจากตอนแรกมาแบบเอื่อยๆสไตล์เปิดเรื่องยาวของอ.อายาโนะอ่ะเนอะ บอกเลยว่าตอนแรกเราอ่านแบบผ่านๆมาเพราะขี้เกียจเพ่ง (กร๊ากกกก) เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนอกจากบอกว่าน้องอากิมาอยู่กับป๋าแบบจริงจังแล้ว แล้วก็เริ่มเจอมารหัวใจเป็นหนุ่มโฮสท์(?)สวยมาก

เปิดมาตอนสอง น้องอากิคุยกะตาแว่นซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ขี้เกียจอ่าน แต่มันกรี๊ดตรงที่น้องอากิพูดว่า "ฉันก็เป็นแค่ housekeeper ของอาซามิเท่านั้นแหละ" แล้วตานั่นตอบกลับมา "อ้อ เดี๋ยวนี้ housekeeper นี่มีหน้าที่เป็น 夜の相手 ด้วยเหรอ" อ๊ากกกกกกก ถามตรงไปมั้ยวะตาแว่น!?!? น้องอากิหน้าแดงงงงงง เขินนนนนน ว้ากกกกกกกกกกก น่ารักมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก (≧ω≦)

พอจบเรื่องคุยกับอีตานี่ น้องไอดอลสาวก็โทรศัพท์มาหาอากิฮิโตะซังพูดอะไรซักอย่าง (ขี้เกียจอ่านตามเคย อยากรู้แค่เรื่องน้องอากิกับป๋าอ้ะมีไรป่าววว) สุดท้ายน้องอากิเลยต้องสวมบทปาปารัซซีไปนั่งเฝ้าหน้าคลับซักคลับ แล้วก็ดันไปเจอโจทก์ค่ะ หนุ่มหน้าสวยกิ๊กป๋าที่ไปเกาะแข้งเกาะขาร้องห่มร้องไห้กะป๋าในตอนแรก เป็นแมเนเจอร์ของร้านที่ว่านั่นค่ะ!! แล้วคุณแมเนเจอร์เนี่ยนะ...มีไฝใต้ปาก (อร๊างงง โมเอ้พ้อยน์ยอดนิยมของดิฉันนน) สวยเซ็กซี่มากกกกกก ชนิดที่ว่าน้องอากิชิดซ้ายไปเลย (ถ้าในลุคตากล้องต๊อกต๋อยแบบนี้อ่ะนะ ถ้าเป็นลุคนางแมวป่าในภาค naked truth ก็พอสูสีอยู่ wwww แหม แต่อิฉันก็ชอบน้องลุคนั้นนะคะ!!)

นั่นแหละ...แล้วน้องอากิก็ชอกช้ำระกำใจกลับบ้าน(ป๋า) คิดแต่ว่านี่เรามีความหมายอะไรกับป๋าบ้างมั้ยนะ?? ปิดประตูล็อกห้องทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาไม่ออกมาเจอหน้าเจอตาป๋า ป๋าก็เล่นแรงค่ะ...เอาปืนยิงล็อกกุญแจซะเลย เยี่ยมมมมมมมม ป๋าหาว่าน้องอากิอยู่ในวัยต่อต้านด้วยอ่ะ อูวอาาาาาาห์ ความโมเอ้ของคู่รักต่างวัยมันคือสิ่งนี้แหละ!!!! (≧ω≦)

ฉากโมเอ้อีกฉากของตอนนี้ (ที่จริงมันก็โมเอ้ทุกฉากที่น้องอยู่กับป๋า) คือตอนที่ エッチのあと น้องอากิไล่ป๋ากลับห้องแต่ป๋า 「もうここでいい」って言って秋ちゃんを抱きしめて寝ちゃった แว้กกกกกกกกกกกกกกกกก อ่านเรื่องนี้มาเจ็ดปีเพิ่งเจอฉากหวานๆ(?)อย่างนี้เป็นครั้งที่สอง (ครั้งแรกก็ตอนจบภาค escape and love 「今日やさしくやるよ」 นั่นแล) ณ จุดนี้ ฟินมากกกกกกกกกกกก

ป๋าเนี่ย...จากตอนแรกที่เห็นน้องอากิเป็นของเล่นกลับมารักน้องเข้าจริงๆ อ.อายาโนะก็เขียนพัฒนาการความคิดและการกระทำของสองคนนี้ได้สุดยอดมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากนักเขียนคนไหน เพราะไม่มีกำหนดความยาวของเรื่องด้วยล่ะมั้งถึงทำได้ละเอียดขนาดนี้ (เจ็ดปี...มันเพิ่งมาเริ่มรู้ใจตัวเอง เริ่มจีบกันอ่ะ คิดดู...)

ป๋าเป็นคนที่คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น ไม่โกหก ไม่ซึน (แค่เก็บความรู้สึกเก่ง กร๊ากกกก) อย่างตอนต้นๆ naked truth ที่น้องอากิไปคุกเข่าขอให้ป๋าช่วยเพื่อน ป๋าก็บอกไม่เกี่ยวอะไรทำไมต้องช่วย ถ้าอยากให้ช่วยก็ต้องมีอะไรตอบแทนสิ แล้วอย่างเธอน่ะคิดว่าจะเอาอะไรมาตอบแทนเหรอ เราคิดว่านั้นป๋าแค่เริ่มสนใจน้องอ่ะ ประมาณว่าแปลกดี สนุกดีที่ได้มองคนที่มีสถานะต่ำกว่าตัวเองมากๆและมีจิตใจดีพยายามดิ้นรนมองโลกในแง่ดีทั้งที่ความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่านั้นเยอะ ก็ประมาณว่าสนใจในความมุ่งมั่นของน้องอากิล่ะมั้ง

มีฉากที่เค้าวิเคราะห์ๆกัน เช่น ตอนเฟยหลงยิงปืนใส่ป๋ากับน้องอากิ ป๋าผลักน้องกระเด็นทั้งที่ถ้าเป็นคนรักกันน่าจะกอดอีกฝ่ายไว้มากกว่า แต่ตอนจบ naked truth ป๋ากอดน้อง'สองมือ' ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน และในทางจิตวิทยาถือว่าเป็นการแสดงถึงความรัก แม้กระทั่งตอนต้นๆ escape and love ที่น้องกระชากคอเสื้อป๋าก็เป็นฉากฮือฮาว่าน้องสนิทกับป๋าถึงขั้นไปกระชากคอเสื้อป๋าได้ทีเดียว! ก็ว่ากันไปนะจ๊ะ (ไม่เคยเรียนจิตวิทยามา ไม่รู้อ่ะ)

พอผ่าน naked truth ไป เหมือนป๋าเริ่มรู้ใจตัวเอง (ตอนไหนไม่รู้แต่ก่อนจบ naked truth แน่นอน อันนี้เดายากเพราะเรื่องมันเล่าจากฝั่งน้องเป็นส่วนใหญ่) ก็จัดการให้คนไปขนข้าวของน้องมาที่ห้องตัวเอง นัยว่าถ้าไม่มาอยู่กับฉันก็ไปนอนข้างถนนซะเถอะ! (ร้ายเนอะ) แต่ตรงนี้แหละที่เป็นการแสดงความรักของป๋า(มั้ง) เพราะก่อนหน้านี้ในเล่มแรกเลยมั้งที่ป๋าบอกว่าจะซื้อคอนโดให้น้องอากิ อันนั้นมันเป็นนัยว่า "มาเป็นเด็กป๋ามั้ยจ๊ะ??" มากๆ (กร๊ากกกกกก) แต่พอมา escape and love ป๋าบังคับ(ทางอ้อม)ให้น้องมาอยู่กับตัวเองซะแล้ว คือเราคิดว่าการกระทำแบบนั้น เหมือนสื่อว่าป๋าไม่ได้คิดกับน้องว่าเป็นแค่ของเล่นหรือเป็นคู่นอนที่อยากไปหาเมื่อไหร่ก็ไปหา เบื่อหน้าก็ไม่ต้องเจอกัน อย่างที่เคยทำในเล่มแรก แต่กลายเป็นว่าอยากให้น้องมาอยู่ด้วยกัน แชร์ชีวิตกันในฐานะคนที่เท่าเทียมกันมากกว่านั้น (หรืออาจจะขาด housekeeper อันนี้ควรพิจารณา wwww)

นั่นแหละ แฮ่กๆ เล่าเหนื่อย (-_-) เอาเป็นว่าตอนนี้มันก็จบแค่นี้แหละ ป๋าปากหนักไม่บอกรัก แล้วก็คงคิดว่าไม่สำคัญด้วย ตามสไตล์หนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้า โฮะๆ ส่วนน้องก็คิดมากคิดเล็กคิดน้อยแต่ไม่ยอมถาม แล้วก็เก็บไปนอยด์คนเดียว (ทั้งที่ถ้าถามป๋าก็คงตอบแหละ) มันก็กลายเป็นเรื่องช่องว่างระหว่างวัย ไม่เข้าใจกันไปซะงั้น วุ้ยยยยยย โมเอ้สิ้นดี!!


2

สครีมอีข้างบนแล้วเหนื่อย นิยงนิยายยังไม่ได้เขียนต่อเลยเนี่ย wwww อันนี้ก็สครีมต่อ ใครเข้ามาอ่านเอนทรีวันนี้ครั้งแรกคงคิดว่าคนเขียนนี่มันบ้าผู้ชายจริงๆ *ส่ายหัว*

เรื่องมันเริ่มมาจากการที่เราไปเจอรูปปกตซังใส่กี่เพ้าสีดำแดง แต่งหน้า เซะซี่มากฮร้าาาาาา เห็นทีแรกต้องแอบเพ่งนิดนึงว่านี่ใครฟระ!! ปกตแน่เรอะ!? สวยซะ... แล้วก็ไปเม้าท์ประเด็นนี้กับกั้งในเฟสบุ๊คอีกละ กั้งก็แปะรูปเซ็ทนั้นที่มีคนแคปไว้เยอะๆมา เราก็ไปเสิชนู่นนี่ เจอคลิปโปโกตะแต่งหน้าแบบเต็มๆจ้าา แต่งอย่างเมพด้วยนะ ใช้ฟองน้ำเกลี่ยรองพื้น อุแม่เจ้าาาาา!!!! ตรูยังใช้มืออยู่เลยจ้าาา แล้วติดขนตาปลอม...ปัดมาสคาร่า อย่างเมพ คุณทำไปได้ไงค้าาาาาา สาวๆบางคนเค้ายังติดขนตาปลอมกันไม่เป็นเล้ยยย

แต่งหน้าเสร็จไม่พอ ใส่วิกแต่งชุดเมด(สาว)เสริมหน้าอกมาด้วยนะ แล้วก็มายิ้มเขินอยู่หน้ากล้อง ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก โมเอ้เกิ๊นนนนนนนนนนนนนน (*▽*)

เราโพสคลิปนี้เสร็จ กั้งมาต่อ...โพสคลิปปกตแต่งหน้าในชุดกี่เพ้าจ้าาาาา โอยยยยอันนี้ฮา เพราะฮีแต่งหน้าแล้วแอ๊บทำหน้าหวาน เสร็จปุ๊บ...คว้าอาซาฮีมากระดกอย่างแมน!! นี่มันบร๊ะเจ้าโจ๊กอะไรกัน!! ไม่พอ...ใส่กี่เพ้าแต่งหน้า ร้องเพลงด้วยเสียงอย่างแมนจ้ะ...(-_-) ร้องไปร้องมา หยิบอาซาฮีขวดเดิมมาจะซด แต่เพลงมันหยุดน้อย ซดไม่ได้ บ่นอีกจ้ะ ฮึ่ยยยยยยย ไปน่ารักไกลๆได้มั้ยเนี่ย!! อายุอานามก็นะ...หัวคลิปในยูทูปเขียน おっさん เข้าไปแล้ว (กร๊ากกกกก)

จบประเด็นเม้าท์ปกตซังก็เม้าท์คุณมาราซีต่อ เราก็พูดถึงรูปฮีใส่ยูกาตะนอนกางขาอล่างฉ่างนั่นแหละ จะบ้าตาย...ทีหน้าล่ะปิดเชียว ทั้งหลบมุมกล้อง ไว้ผมปิดหน้า ใส่หน้ากากก็ทำมาแล้ว! แต่ข้างล่างนี่โชว์ได้!?!?!?!? ฉันไม่เข้าใจตรรกะอิเคเมงพวกนี้จริงๆ *กุมขมับ* คงเหมือนที่เค้าบอกว่าถ้าให้เลือกว่าจะปิดล่างหรือปิดบน สู้ปิดหน้าไปเลยง่ายกว่า สินะ...

นี่ยังไม่ได้เม้าท์เรื่องคุณมาราซีพูด "โดเดสก๊ะ *นาว*" นะ คำนี้มันเป็นภาษาพูดเรอะ!? คือนึกว่าใช้กันฮาๆเป็นภาษาทวิตเตอร์เหมือนตอนคนไทยติด ณ บัดนาว อะไรทำนองนั้น ไม่คิดว่าจะมีคนใช้เป็นภาษาพูดจริงๆ แว้นมากอ่ะเธ๊อออออ นี่เห็นแก่ว่านิ้วสวยนะเลยให้อภัย! (ห๊ะ!)

จบดีกว่า บ้าบอจริงๆวันนี้ ไว้พรุ่งนี้(หรือเมื่อฉันมีอารมณ์)จะมาเม้าท์ตัวละครในนิยายตัวเองมั่ง wwww
# by yvesnoir | 2011-11-09 22:45 | Trackback | Comments(0)

ยี่สิบเอ็ดแล้วค่าาาาาา

จะเริ่มจากตรงไหนดีเนี่ย ช่วงนี้ชีวิตพบเจอวิกฤตหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมาก็ว่าได้ เอาทีละเรื่องละกัน


1

ช่วงนี้ อย่างที่รู้ว่าประเทศไทยเผชิญวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสต์ และบ้านเราก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้นด้วย คือ...ท่วมไปแล้ว (-_-) แต่ก็ไม่ได้ท่วมแบบหนักหนาอะไรนะ น้ำไม่ได้เข้าตัวบ้าน แต่หน้าบ้านนี่ถึงเข่าแล้วจ้า เดินออกไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรนี่เกือบถึงเอวเลยทีเดียว

เลยต้องอพยพออกมาอยู่บ้านลุงแถวสาธุประดิษฐ์ ย้ายมาได้สามวันละ ชีวิตตอนนี้ก็ยังอยู่สุขสบายดี แต่ไม่มีอะไรให้ทำเพราะอุปกรณ์ตัดเย็บทิ้งไว้ที่บ้านโน้นหมดเลย หนังสือก็ไม่ได้หยิบมาซักเล่ม (T__T) ก็เป็นโอกาสให้ใช้เวลาว่างเขียนนิยายอะเนอ


2

วันสุดท้ายที่เราได้ออกจากบ้านคือวันที่ 19 ตุลาเพราะมีสอบที่ราม จนวันนี้แหละถึงได้ออกจากบ้านเข้าเมืองอีกครั้งนึง คือนั่งๆนอนๆอยู่บ้านไปครึ่งเดือนเต็มๆ

ก็ออกไปสยาม ทำเรื่องกับธนาคาร ซื้อการ์ตูน กินคูลมินท์ที แล้วก็ไปเดินหาซื้ออุปกรณ์ทำชุดคอส ตั้งใจจะซื้อเดรสขาวคอสลูกะ JBF แล้วก็โปโลสีขาวกะสีกรมท่าไว้คอสโอโตยะคุงกับโชวคุง (จะได้คอสมั้ยเนี่ย ใจตุ๊มๆต่อมๆไม่ได้คอสหนุ่มมานานมากกกกกกก นี่อยากกลับมาคอสเพราะอุตะปุริเลยนะ ช่วงนี้ก็กำลังลดน้ำหนักอยู่ แล้วก็อยากคอสอาลีบาบากับคุณเคลียร์ด้วยยยยยยย)

ทีแรกนึกว่าคงจะนานเพราะเวลาเราเดินหาของพวกนี้ ทั้งที่คิดว่าเคยเห็นว่ามันมีแต่สุดท้ายก็หาไม่เจอทุกที ปรากฏว่าวันนี้เหมือนโชคเข้าข้าง (โชคดีตามดวงจริงๆ หุหุ) เดินแป๊บๆก็เจอเสื้อโปโลที่ขนาดพอดีตัว แล้วก็มีสีที่ต้องการสองตัวแขวนไว้ติดกันอย่างเหมาะเหม็ง เดินไปอีกไม่นานก็เจอเกาะอกสีขาวสม็อกอกเป๊ะมาก แต่ต้องมาตัดชายกระโปรงเพราะมันยาวไป แล้วก็ทำสายคล้องไหล่ สรุปว่าชุดนี้ก็ขาดแค่นี้กับมงกุฏดอกไม้เท่านั้นเอง อร๊ายยยย จะได้คอสลูกะแล้วววว (≧ω≦)


3

ในที่สุดก็ได้อ่านคอร์ด้าเล่มสิบห้า หลังจากที่รู้ว่ามันออกตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว (T__T) เล่มนี้เนื้อหาไม่ได้ไปไหนมากมาย แต่เป็นเล่มที่เราชอบนะ เพราะเป็นช่วงที่หนุ่มๆทุกคนชัดเจนในความรู้สึกของตัวเองมากๆ โดยเฉพาะนังเล็นที่ยอมรับมาเต็มๆหนึ่งกรอบใหญ่ๆว่าชอบคาโฮะจัง แบบอ่านเล่มนี้แล้วยอมรับเลยจ้าว่าเอ็งมันพระเอกกกกกก

ประโยคที่ชอบสุดๆของเล่มนี้ คือตอนที่นังเล็นคิดในใจ(แล้วดันไม่ยอมพูด)ว่า รู้สึกดีใจตอนที่คาโฮะจังบอกว่าจะเล่นไวโอลินต่อ เพราะหมายความว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะได้เล่นไวโอลินคู่กัน คือประมาณว่าถ้ายังอยู่ในโลกของดนตรีต่อไป ซักวันจะต้องได้เจอกัน ได้มาเล่นไวโอลินคู่กันอีกแน่ๆ อ่านแล้วมันซึ้งงงงงงง ตื่นตันนนนนนนน (T__T) เป็นครั้งแรกเลยที่เรารู้สึกว่าเล็นเป็นพระเอกของเรื่องนี้จริงๆด้วยแฮะ เพราะประเด็นของคนอื่นไม่สามารถทำให้เรื่องซึ้งได้ขนาดนี้แน่ๆ

แต่ให้พูดก็พูดเถอะ มุกไปเรียนต่อเมืองนอกมันเก่ามากกกกกกก คือทำยังกะว่าไปอยู่นั่นทั้งชีวิตไม่กลับมาอีกแล้ว เพิ่งรู้ว่ามันไปแค่แป๊บเดียว (ก็ไม่รู้นานเท่าไหร่แต่แม่เล็นบอกว่า "ไม่ได้เจอเพื่อนๆซักระยะนึง" คือมันก็คงไม่ได้ไปเรียนต่อจนจบมหาลัยอ่ะเออ) ในเกมภาคสองเนี่ยโอซากิเซมไปยังโทรมาเขียนจดหมายมาหาบ่อยๆเลย แต่ก็พอจะเข้าใจได้เล็กๆว่าถ้าเป็นนังเล็นมันคงไม่ทำ (-_-) แต่อ่านแล้วมันก็รู้สึกว่าคลาสสิกดีเนอะ ถ้าเป็นการ์ตูนสมัยนี้มันคงเขียนให้จีบกันทางเฟสบุ๊ค (-_-)

ตอนที่บอกว่า "พวกเธอมีอย่างอื่นในชีวิตด้วยสินะ" ก็สะท้อนความเป็นเล็นออกมาได้อย่างมากๆ คือเป็นคนที่ทั้งชีวิตรู้จักแต่ดนตรี ถ้าได้อ่านอดีตตอนที่เล็นเด็กๆก็จะรู้ว่าหมอนี่ไม่ได้เล่นไวโอลินแค่เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่หรืออะไร แต่เล่นเพราะมันคือชีวิต ถ้าเล่นไวโอลินไม่ได้ชีวิตก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นแล้ว น่าสงสารเหมือนกันนะ (แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาทำตัวน่าหมั่นไส้ว้อยยยยย)

ช็อตเล็กๆอีกอันที่ชอบคือตอนที่เล็นมาโรงเรียนสายกว่าปกตินิดนึงเพราะตื่นสาย แล้วคาโฮะจังทำหน้าตกใจว่า คนอย่างเล็นเนี่ยนะตื่นสายเป็นด้วย ทำเหมือนเป็นวาระแห่งชาติอะไรประมาณนั้นจนเล็นบอกว่า "เห็นฉันเป็นอะไรกัน ฉันก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกับคนอื่นเค้านั่นแหละ (แม้จะไม่เคยไปสวนสนุก ไม่เคยกินทาโกะยากิ และไม่ทำอะไรอย่างที่ชาวบ้านเค้าทำกันก็ตาม←ในวงเล็บนี่เราเติมเอง)" อ่านตรงนี้แล้วขำกลิ้ง คือมันเป็นแมจเสจที่อยากจะบอกทุกคนในเรื่องและคนอ่านมานานแล้วใช่มะ เอาเถอะ *ตบบ่า* ประเด็นนี้ฉันเข้าใจนาย เพราะทุกคนก็มองฉันด้วยสายแปลกๆตอนที่ฉันบอกว่า 'ไม่เคยเล่นสงกรานต์' 'ไม่เคยกินน้ำพริก' อะไรทำนองนั้นเหมือนกัน แต่การที่พวกเพอร์เฟคท์ๆอย่างนังเล็นจะมาหลุดอะไรแบบนี้มันโมเอ้มว๊ากกกกกกกกกก (≧ω≦)

(ข้ามประเด็นวายๆไปอย่างจงใจ หุหุ)



เหนื่อยละ ที่จริงซื้อเมไจมาด้วยแต่ไม่รู้จะเม้าท์อะไรนอกจากอาลีบาบาเท่มากกกกกกก ชอบเวลาอาลีบาบาพูดชื่อเต็มตัวเองอ่ะ (เป็นบ้าอะไรแขกๆ) แล้วซินแบดก็หล่อมว๊ากกกกกกกกก ถ้าเราเป็นเจ้าหญิงนั่นคงระทวยไปซบกล้ามเฮียซินแล้ว (กร๊ากกกกก) น้องชายอ่านเล่มนี้แล้วถามว่า 'ซินแบดจะได้ภาชนะโลหะคืนมั้ยวะเนี่ย' เออ นั่นดิ ลืมประเด็นนี้ไปเลย มัวแต่มองความหล่อแบบเปลือยๆ(อนาจารที่สุด)


สุดท้าย ยังอยู่ดีมีสุข แม้จะขลุกขลักอะไรบางอย่างแต่ของกินอุดมสมบูรณ์มาก มีเซเว่นอยู่หน้าปากซอยในระยะที่เดินไปถึงได้โดยไม่เหนื่อย!!! ตั้งแต่เกิดมาเคยอยู่บ้านที่สามารถเดินไปเซเว่นได้เนี่ยแหละ ปลื้มมมมมม (บอกแล้วว่าฉันก็คนประเภทเดียวกับนังเล็นนั่นแหละ โถ่ๆๆๆ)
# by yvesnoir | 2011-11-04 22:21 | Trackback | Comments(0)
< 前のページ 次のページ >

普通の日記です
by yvesnoir

最新のコメント

第142回 天皇賞 春 ..
by 天皇賞 春 2011 at 18:59
ช่างเป็น blo..
by K at 00:37
คิโนะมันเกรี..
by yvesnoir at 02:06
อ๊ากวันดีคืน..
by บิต๊วก at 00:29
คือ ว่า ลู..
by ่มด at 17:54
オメデトウ. コノセカ..
by 日本人じゃないタイ人 at 00:43
เม
by 0894770833 at 17:18
น่าสงสาร(อาจ..
by สโนไวสท์ at 19:33
น่ากลัวมากๆเ..
by นิวส์ at 19:27
paragonから買いま..
by yvesnoir at 22:46

メモ帳

最新のトラックバック

検索

ネームカード

おすすめキーワード(PR)

ファン

【PR】これから販売予定の
新築マンション特集
XML | ATOM

skin by excite

イラスト:まるめな